ourthink


::: จับฉ่าย ::::

บล็อกใส่ไข่ ไม่ใส่สาระ ที่ปล่อยความรั่ว มั่วได้ทุกเรื่อง

วันพุธ, กันยายน 20, 2006

เห้อ ปฏิวัติ?~

เป็นปกติของชีวิตที่จะ
"จน เครียด กินเหล้า"

และเป็นปกติของฉันที่จะ
"จน เครียด เสพวาย"

แต่วันนี้มิติใหม่ของความเครียดได้เกิดขึ้นแล้ว

"แถลงการณ์ เครียด อัพบล็อก" จะเกิดขึ้น

จุดเกิดเหตุ ณ เวลาสามทุ่มของคืนที่แล้ว
คำที่ไม่คิดว่าจะได้ยินบ่อยๆ จำพวก

รถถัง ปฏิวัติ คณะปฏิรูปการปกครองเพื่อระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข รัฐประหาร ยกเลิกรัฐธรรมนูธ

เพลงปลุกใจ "เราได้รู้พ่อต้องเหนื่อยสักเเค่หนายยย~" "Greater the King"

โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราขอให้สื่อทุกช่อง ทุกผู้ทุกคน สื่อความเป็นจริง สร้างสรรค์?

จุดเริ่มต้นมันมาจากไหนไม่รู้ รู้แต่มันเริ่มจาก MSN เจ๊หญิงแจ้งข่าวลือว่าวันนี้จะมี "ปฏิวัติ"

ฉันได้แต่ เห้อ??? และบอกว่าให้แม่เปิดทีวี

ทีวีส่วนใหญ่เปิดตามปกติ สอระยอ กับ กอรอนอ ก็จับเข่านั่งเม้าธ์กันแฮปปี้ ยกเว้นทีวีช่อง 5 ที่เอาแต่ร้องเพลงย้ำคิดย้ำทำ
"เพราะพ่อรู้พ่อคือ พลังแห่งแผ่นดิน ให้เราลาล้าล้ากันต่อปายยย "

โอ้ว ประเทศไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข -"-

ใครจะไปคิดว่ามันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

ห้านาทีหลังจากนั้นเราได้ยินเสียงทักกี้พูดเสียงสั่นรีบร้อนผ่านช่องเก้า "ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน"

อีก 10 นาที ทีวีทุกช่องแปลงร่างเป็นคาราโอเกะในหลวง พร้อมใจกันร้องสรรเสริญพระบารมี~ คำถามมากมายถาม

เกิดอะไรขึ้น?

แต่ท่ามกลางทางเลือกอันตีบตันของข้อมูลข่าวสาร จู่ๆ ความรั่วก็บังเกิด

คุณแม่ของดิฉันตีมือพื่สาวผู้ครองรีโมทอย่างฉับพลันพร้อมบ่นว่า

"ม่าม๊ะจะฟังเพลงนี้ลืออย่าเปลี่ยน" และแล้วแม่ดิฉันก็เริ่มร้องคาราโอแกะคลอตาม

เหอๆๆๆ

อยากจะขำ ก็ขำออก แต่ก็งงดี

กลายว่า ขำเป็นจริง จริงเป็นขำ ขำเป็นข่าวลือ

เมื่อประตูข่าวสารถูกปิด โลกในเนตเป็นประตูเดียวที่เหลือยู่ ข่าวลือแพร่สะพัด จากเรื่องไม่น่าเชื่อก็ขอฟังไว้ก่อน ตั้งแต่ทักกี้บินไปฟิลิปปิน ทักกี้เจรจากับบุช ตอนนี้มียิงกันที่นั้นๆๆ ในหลวงเซ็นรับรองนายกคนใหม่ สัญญาณเนตและมือถือจะถูกตัดอีกสองชั่วโมง และพรุ่งนี้ทักกี้จะกลับไทยพร้อมกำลังคอมมานโด้ครบมือ!!!!!!!

แรกๆ ก็ขำดี แต่นับเพิ่มวินาทียิ่งยิ้มไม่ออก

โอ้ววจอร์ช~~ ประเทศไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข !!!

ดิฉันและเพื่อนผองได้แต่เขกหัวแป้นพิมพ์เป็นบ้าตาย เพราะเราทำอะไรไม่ได้ และได้แต่บ่นด่าอย่างไม่เข้าใจ

เราไม่รู้จักแม้แต่คำว่า ปฏิวัติ และ รัฐประหารด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าวันนี้เราต้องศึกษาการเมืองใหม่นับตั้งแต่เลข 1

เราอ่านหน้าจอสีฟ้า แถลงการณ์ของคณะปฏิรูป พลางพยายามแปรความหมาย

จู่ๆ ก็เหมือนโลกย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

จู่ๆ คำว่าอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขก็ถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเหล่า

จู่ๆ โทรทัศน์ของเราก็สีซีดมัวและเต็มไปด้วยคนใส่ชุดทหาร
และดูราวเป็นภาพที่ถ่ายทอดจากประเทศที่ห่างไกลแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นแล้วในขณะนี้

ไม่ว่าทหารเหล่านั้นจะฉีกรัฐธรรมนูธ ไม่ว่าพวกเขาจะปิดกั้นสื่อ และล่าสุดจะปิดกั้นข้อมูลข่าวสารในอินเตอร์เน็ต ดูเหมือนว่าสิทธิเสรีภาพพวกเราจะไม่มีความหมาย

และเหมือนเคย พวกเขาไม่เคยเอ่ยถามคนที่ถูกปกครอง

แม้แต่คำถามว่าอยากถูกปกครองไหม ก็ยังไม่มี

สถานการณ์ล่าสุด : คุณแม่ดิฉันพยายามหาทางแทงหวยวันนี้ แต่ทำไม่ได้ เพราะกองสลากก็ปิดทำการเหมือนกัน ---- ----" เดือดร้อนแล้วชิมิหละม่าม๊า อิอิ


วันเสาร์, กันยายน 16, 2006

อันเนื่องมาจากความรำคาญ

ถึงสหาย

ขอเปิดบลอกจับฉ่ายนี้เป็นคนแรกก็แล้วกัน เนื่องจากเกรงว่ามันจะเงียบเหงาเกินไป

ช่วงนี้รู้สึกติดอกติดใจกับการกระทำของคนบางคน ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเก็บมาทุกข์นักหรอก แต่มันอดไม่ได้ที่จะบ่น คงเป็นเพราะเราคิดเล็กคิดน้อยเกินไป เรายอมรับโดยดี

"ดูหนังไรดีอ่ะ"

ประโยคที่เรามักโดนนายคนนี้ถามทุกครั้งที่มันโผล่หน้ามาทางโลกเสมือน

เรื่องโน้นดีไหม เรื่องนี้ดีไหม หรือช่วงนี้มีไรน่าดูบ้างอ่ะ


ครั้งแรกๆ เราก็ไม่ว่าอะไร เพราะมันอาจเป็นการพูดคุยกันอย่างหนึ่ง ชิลๆไปเรื่อยๆ

แต่พอหนสอง หนสาม เราก็เริ่ม เอ๊ะ ! เอ็งก็หาข้อมูลเองดิวะ มีอินเทอร์เน็ตไว้เพื่อ...

ดูเป็นคนช่างหาความรู้ข้อมูลดี เรื่องง่ายๆแค่นี้ ทำไม่ได้เหรอ....


แล้วพอเจออะไรแบบนี้ในช่วงปั่นงาน หรือไม่สบอารมณ์อยู่ ความหงุดหงิดก็ยิ่งทวีเพิ่มขึ้น

เราอาจจะเป็นคนขี้รำคาญมากเกินไป

จนทำให้อดคิดอะไรอคติกับคนผู้นี้ไม่ได้

เป็นต้นว่า...

แต่ก่อนเอ็งดูหนังอะไรวะ เอ็งอยากดูหนังแบบนี้จริงๆหรือเพียงเพราะอยากเท่ อยากเข้ากลุ่มกับเราได้ อยากดูเป็นคนฉลาดหรือเปล่า มันดูเป็นวิชาการดีอะไรแบบนี้

เพราะสำหรับเรา ไม่ใช่อินดี้ แนวเนิวอะไร แค่หนังโรงปกติไม่มีไรให้ดู และขี้เกียจต่อคิวซื้อตั๋วนานๆ ไม่งั้นอิชั้นคงไม่ดูหนังอย่างแก๊งชะนีฯหรอกฮ่ะ และเราก็รู้จักหนังพวกนี้ไม่ครบหมด รู้นิดหน่อย ตามที่เราสนใจ ดราม่าจัดๆ อะไรแบบนี้ซึ่งทุกวันนี้หายากในหนังฮอลลี่วู้ด

หรือบางทีก็คิดว่า หนังสือก็อ่านเยอะหนิ เจอคนเก่งเยอะหนิ หาข้อมูลเก่งหนิ เรื่องหนังแค่นี้ถ้าสนใจจริงๆก็คงไม่ใช่เรื่องยาก แมกกาซีนแนะนำหนังก็เยอะแยะ จัดการตัวเองไม่ได้อย่างไร คือมันบ่อยครั้งเข้าก็เบื่อไง เข้าใจป่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น มันอาจเป็นความขี้รำคาญของเรามากเกินไป มันอาจแค่อยากหาเพื่อนคุยละมั้ง

แต่เรายังติดใจอยู่ จนมาบ่นในนี้


ขอโทษนะจ๊ะ...

แล้วสหายคิดอย่างไรกันบ้างเล่า....


บี อินสปายด์